Get Adobe Flash player
ad top 01

เนื่องด้วยสถานะเศรษกิจประจำวันของเราทุกวันนี้ค่อยข้างเงียบเซา วันนี้ทาง www.รถโตโยต้า.net มีข้อความดีๆที่แนะนำเพื่อนๆเกี่ยวกับรถยนต์ที่ช่วยในการลดค่าใช้จ่ายคือการดูแลรักษารถสุดที่รักของตัวเองให้อยู่กับเราไปได้นานๆ เครื่องยนต์ไม่เสื่อมอายุการใช้งานเร็วเกินไป

เพื่อนๆสมาชิค การดูแลรักษาเครื่องยนต์ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการยืดอายุการใช้งานรถของคุณ ปกติเราควรหมั่นเชครถอย่างถี่ถ้วน อาจจะสัปดาห์ละครั้งสำหรับการดูแลอย่างละเอียด แต่ถ้าเป็นไปได้แนะนำเพื่อนๆให้เชคทุกวันเพื่อความมั่นใจ ศูนย์ให้บริการดูแลรักษารถตามสถานที่ต่างๆตรวจเช็กระยะตลอดทุกๆ 10,000 กิโลเมตร แต่เพื่อนๆจะแน่ใจได้อย่างไรว่า รถของคุณนั้นจะไม่เกิดปัญหาระหว่างทาง  ทางที่ดีที่สุดคือความไม่ประมาท ควรจะหมั่นตรวจสอบอยู่เป็นระยะๆ เมื่อเกิดปัญหาจะได้ไม่บานปลายจนต้องเสียเงินไปอีกหลายพันจนถึงเป็นหมื่นๆ บาท การดูแลรักษารถยนต์นั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ยุ่งยากและเสียเวลามากเลย เรามีข้อควรปฏิบัติอย่างง่ายสำหรับการดูแลรักษารถยนต์ประจำวันของคุณมานำเสนอครับ

-ลมยาง ตรวจง่ายๆด้วยสายตาว่ามันแฟบอ่อนหรือเปล่า ดูทุกเส้นนะครับ ให้เพื่อนๆในแนวยืนทะแยง เพราะถ้าลมยางของแต่ละล้อไม่เท่ากันจะมีผลต่อการทรงตัวของรถ ทำให้เบรกปัด รถวิ่งส่าย รถแถไปด้านหนึ่ง เป็นที่มาของการเกิดอุบัติเหตุด้วย อาจจะทำให้อายุของยางสั้นลง จึงต้องควักกระเป๋าก่อนถึงเวลาอันควรด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าพบว่าแรงดันลมไม่เท่ากันต้องตรวจเติมลมให้เรียบร้อย

-ตรวจดูรอยหยดรั่วของน้ำและน้ำมันต่างๆ ใต้ท้องรถซึ้งก้มดูด้วยสายตาทำได้ง่ายๆครับ ถ้าพบว่ารั่วที่ล้ออาจจะเป็นที่น้ำมันเบรก จะต้องงดใช้งาน รีบปรึกษาช่าง และเมื่อตรวจพบว่าน้ำระบายความร้อนรั่วหยดให้หาที่มาของการรั่ว ถ้าเป็นข้อต่อให้ใช้ไขควงกดอัดให้แน่น และถ้าพบรอยรั่วของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์หรือน้ำมันเฟืองท้ายก็อย่านิ่งนอนใจ เมื่อมีเวลาจะต้องนำไปปรึกษาช่างเพื่อทำให้รอยรั่วนั้นๆ หมดไป ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อกลไกดังกล่าว 

-การดูแลน้ำระบายความร้อน วิธีดูให้เพื่อนๆเพียงตรวจโดยการเปิดฝาหม้อน้ำออกถ้าพบว่าน้ำพร่องน้อยลงไปก็ใช้น้ำสะอาดเติมลงไปให้เต็ม แค่นั้นเองง่ายใช่ไหมครับ สำหรับรถบางคันนะครับ ลองสังเกตดูว่าถ้ามีขวดพลาสติกที่เก็บน้ำอยู่และมีท่อเล็กๆ ต่อไปถึงหม้อน้ำ ก็ไม่ต้องเปิดฝาหม้อน้ำนะครับ ให้ดูระดับน้ำที่ขวดเก็บน้ำสำรองแทน หากน้ำหม้อน้ำอยู่ในระดับที่พอเหมาะ อย่าเติมจนล้นขีดนะครับซึ่งอาจทำให้น้ำพุ่งออกมาได้ แต่ถ้าต่ำก็ให้เปิดฝาขวดเก็บน้ำสำรอง แล้วเติมน้ำสะอาดให้เต็มนะครับ เรื่องดูแลน้ำระบายความร้อนอย่าละเลย 

-ตรวจระดับน้ำมันเครื่องนะครับ เปรียบเสมือนเลือดอัดฉีดเข้าสู่หัวใจห้องเครื่อง เพราะถ้าน้ำมันเครื่องพร่องหรือแห้งจะทำให้เกิดการสึกหรอภายในเครื่องยนต์ milf porn วิธีตรวจระดับน้ำมันเครื่องก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแต่ดึงเหล็กวัดออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้วใส่กดลงไปยังตำแหน่งของมันให้สุดจากนั้น ดึงออกมาตรงๆในแนวดิ่ง ระดับน้ำมันจะสังเกตได้จากรอยคราบน้ำมันที่เกาะอยู่ปลายเหล็กวัด ไม่ควรเติมจนเกินอักษร เพราะจะทำให้ควันขาวจากน้ำมันเครื่องเข้ามาห้องเผาไหม้และเพลาข้อเหวี่ยงรั่วนะครับ ซึ้งก็ไม่เป็นผลดีต่อเครื่องยนต์เลย

-เติมน้ำเบรก ให้พอเหมาะ ในกระบอกเก็บน้ำมันเบรกที่แม่ปั๊มเบรก ถ้าระดับสูงอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเติม แต่ถ้าพร่องต่ำกว่าขีดที่กำหนดให้เติมจนถึงระดับที่แจ้งไว้ การเติมน้ำมันเบรกมีข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรให้นำมันตกลงตัวรถซึ่งอาจทำให้ สีรถเกิดปัญหาได้ และถ้าหกห้ามทำการเช็ดเด็ดขาด ให้ใช้น้ำราดให้เจือจาง เพราะจะทำให้สีเสียหายเป็นแผลทางยาวไปตลอดแนวที่เช็ด สำหรับน้ำมันเบรกนั้นถ้าพร่องมากๆทุกวัน จะต้องรีบนำรถไปเข้าศูนย์บริการ  เพราะเบรกเป็นสิ่งสำคัญในการขับขีการบำรุงรักษาประจำวัน เติมน้ำมันให้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง กระบอกดังกล่าวอยู่ข้างๆกระบอกน้ำมันเบรกและน้ำมันที่เติมก็คือน้ำมันเบรกนั่นแหละ อย่าละเลยครับ เพราะถ้าน้ำมันหมดจะเข้าเกียร์ไม่ได้ นั่นคือรถวิ่งไม่ได้นั่นเอง

แค่เพื่อนๆ หันมาให้ความสำคัญกับรถยนต์ สักนิดก่อนนำรถออกไปใช้งาน ก็สามารถทำให้อายุเครื่องยนต์ ยาวนานขึ้นได้

สุดท้ายนี้หากเพื่อนๆสนใจแคมเปญโตโยต้าดีๆ ราคารถโตโยต้า สามารถ โทรได้ที่เบอ 083 608 8896 เอิท นะครับ

     

    

    วันนี้ทาง www.รถโตโยต้า.net จะมาเขียนรีวิวเปรียบเทียบรถตลาดรุ่นเล็ก สองรุ่นใหญ่ ระหว่างรุ่น รถโตโยต้าวีออส กับ ฮอนด้าซิตี้ เพื่อ

แสดงถึงจุดเด่นข้อด้อยของ สองยี่ห้อนี้ เพื่อ ให้เพื่อนๆได้เปรียบเทียบ และเลือกดูก่อนที่จะซื้อรถใหม่ป้ายแดง

   วันนี้เราจะมาดูความใกล้เคียงในการลงทุนที่จะซื้อรถยนต์เครื่อง 1.5 ลิตร ของทั้งสองค่ายนี้ว่าจะตอบโจทย์เพื่อนๆข้อไหนได้มากที่สุด

ก่อนอื่นเลยเราได้เก็บข้อมูลที่น่าสนใจของราคาที่ใกล้เคียงกันของรถยนต์ 1.5 ลิตร ของทั้งสองค่ายมาให้ลองดูกัน เพื่อเป็นการทำความเข้าใจมากขึ้นควรจะดู 

 

     เครื่องยนต์

   เรามาดูข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนกับเครื่องยนต์ของทั้งสองค่ายใหญ่ ทั้งสองค่ายมีความต่างกันของเครื่องยนต์คือ ของฮอนด้าจะเป็นระบบ SOHC (Single overhead camshaft) ส่วนของรถโตโยต้าวีออสจะเป็น DOCH (dual overhead camshafts)

พูดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบ จากการควบคุมเป็น DOCH จะทำให้มีความแม่นยำมากกว่าระบบของฮอนด้าที่เป็น SOHC แต่ฮอนด้าที่ใช้ระบบ SOHC นั้นควบคุมด้วย camshaft ตัวเดียวทำให้มีรอบการทำงานที่จัดกว่า จึงทำให้มีทอร์คสูงสุดมากกว่า และเพื่อนๆ

เองก็จะต้องตัดสินดูว่าจะเลือกข้างไหนนะครับ

     ระบบเกียร์

ระบบเกียร์อัตโนมัติ ทางโตโยต้ายังคงใช้เกียร์ตัวเดิมอย่างตัวเกียร์ออร์โต้ 4 สปีด เน้นความสนุกในการขับขี่ ส่วนด้านฮอนด้าหันมาใช้ระบบเกียร์ CVT ทำให้นุ้มนวลขึ้นและเพิ่มความประหยัดขึ้นมากกว่าเดิม

ระบบเกียร์ธรรมดา  ทั้งคู่ใช้เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เหมือนกัน จบเจ๋าไม่เร้าหรือ

     

    ข้อสรุป

 ตอนจบบทความนี้เราจะไม่สนใจการดีไซด์ทั้งสิ้นเพราะเชื่อว่าเรื่องดีไซด์นั้นเป็นความชอบส่วนบุคคล ของแต่ละคนบางคนชอบอ้วน บางคนชอบผอมอันนี้รสนิยมเราก็จะตัดออกไปนะคับ เราจึงจะสรุปด้านเทคนิคของทั้งสองรุ่นให้ได้รู้กันว่าเหมาะกับการขับขี้ของตัวเรา

หรือไม่

    Vios : เหมาะสมกับเพื่อนๆที่ใช้รถในเมืองเป็นส่วนใหญ่ชอบการขับขี่ที่มีอารมการขับขี่มีกระชากนิดหน่อยตามจังหวะ คล่องตัว ออกซ้ายแซงขวาคล่อง ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นไปได้อย่างคล่องตัว และไม่ต้องกลัวย้วยเพราะมีเหล็กกันโครงด้านหลัง แต่เห็นจะเสีย

เปรียบคู่แข่งในด้านเชื้อเพลิงที่ไม่รองรับ E85 จากโรงงาน ซึ่งทางโตโยต้าก็จะมีการนำ รถโตโยต้า Vios ที่สามารถเติม e85 เข้ามาใน มีนาคม นี้ แต่การขับทางไกลก็เชื่อได้ว่ามีความประหยัดในระดับหนึ่งเลยที่เดียวด้วยน้ำหนักตัวที่เบากว่า รถฮอนด้าซิตี้

    City : เหมาะสมกับเพื่อนๆที่ชอบการขับขี่แบบนุ่มนวลเป็นม้าตีนปลายดึงทอร์คมาในรอบสูง เหมาะกับการขับทางไกลแบบสนุกๆ หรือออกต่างจังหวัด แต่การขับขี่ด้วยอัตราเร่งคงได้ความสนุกไม่สุดนักเพราะด้วยการใช้เกียร์ CVT กับเครื่อง 1.5 ลิตร ที่มีทอร์คไม่

มากนัก แต่เชื่อได้ว่าความสนุกเมื่อ CVT ได้รอบที่พอเหมาะแล้วละก็ความมันส์มาเยือนแน่นอน สมรรถภาพการขับในเมืองถึงว่าความคล่องตัวต่ำกว่า Vios แต่ได้เรื่องเชื้อเพลิง E85 และเกียร์ CVT มาช่วยเรื่องการประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคครบท่วน

พร้อมซิ่งทุกรุ่นอีกด้วย

 

   ทั้งนี้เป็นแค่การสำรวจเบื้องต้นเพื่อเป็นแนวทางการทดลองขับว่า ท่านที่สนใจในแต่ละรุ่นจะไปทดลองรุ่นไหนดีแล้วควบจะดูที่จุดไหนเหมาะกับตัวเราและการใช้งานที่สุด แต่อย่างไรทุกอย่างขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคนและกำลังทรัพด้วย

สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะทำให้เพื่อนๆ เป็นไกล์นำก่อนจะเลือกออกรถป้ายแดงนะครับ หากเพื่อนๆสนใน โปรโมชั่น ราคารถโตโยต้า วีออส ยาริส รีโว้ ทุกรุ่น โทร.083 608 8896  เอิท โตโยต้า  line id earth_toyota

  

ข่าวสารวันนี้เรียบเรียงโดย www.รถโตโยต้า.net

  
   วันนี้ทาง www.รถโตโยต้า.net มีความรู้ดีๆเกี่ยวกับไส้กรองอากาศรถยนต์ เพื่อนๆทุกคนคงสงสัยใช่ไหมครับว่า เราควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศ ทุกๆกี่เดือนเพราะ ไส้กรองอากาศ นี้ก็มีความจำเป็นและสำคัญ เปรียบเสมือนปอดในร่างกายคนที่คอยกรองฝุ่นละอองจากนอกรถยนต์ ก่อนเข้ามาสู่ห้องโดยสาร รู้กันอย่างงี้แล้วไปดูความรู้ที่เรานำมาเสนอให้เลยครับ

 

  ไส้กรองอากาศรถยนต์ มีความสำคัญและคอยทำหน้าที่  ดักฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปในเครื่องยนต์  เมื่ออายุการใช้งานระยะยาว อาจทำให้เกิดอาการอุดตัน  ทำให้อากาศดีเข้าไปในห้องโดยสารได้น้อยลง  และยังทำให้การเผาไหม้เครื่องยนต์ไม่สมบูรณ์อีกด้วย  ปกติทางเราแนะนำเพื่อนๆควรเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 20,000 กิโลเมตร หรือมากกว่านั้นหากขับขี่รถในบริเวณที่มีฝุ่นมากเป็นประจำ  สังเกตอาการของรถยนต์ได้ เมื่อไส้กรองอากาศของเราเริ่มหมดสภาพ  

   1.  เครื่องยนต์กำลังแผ่วลง  2.อาการเครื่องยนต์มีการสั่น  3.ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเปลืองมากกว่าปกติ 4. ควันไอเสียมีสีดำเข้ม

  โดยปกติปริมาณอากาศที่ใช้ในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์นั้นมี น้ำหนักประมาณ 15 เท่าของน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งนับว่ามีปริมาณค่อนข้างเยอะมาก หากมีฝุ่นผงสิ่งสกปรกปะปนอยู่ในอากาศ  และสิ่งเหล่านี้เข้าไปในห้องเผาไหม้  จะทำให้เกิดการสึกหรอในเครื่องยนต์สูง  จากอายุการใช้งาน  100000  กม. อาจจะลดลงมาเหลือแค่ 20000 กม. น่ากลัวใช่ไหมครับเพื่อนๆถ้า ก็เป็นได้ทาง www.รถโตโยต้า.net แนะนำ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมี ไส้กรองอากาศ ที่มีคุณภาพเอาไว้กรองหรือกักเก็บ สิ่งเหล่านี้เอาไว้  ไม่ให้เล็ดลอดเข้าไปในห้องเผาไหม้

  อีกทั้งไส้กรองยังมีส่วนช่วยลดเสียงดังที่เกิดขึ้นจากเครื่องยนต์ดูดอากาศเข้าไปอีกด้วย ไส้กรองจะทำหน้าที่เป็นผนังดูดเสียงของลมที่ลูกสูบดูดเข้าไปในห้องเผาไหม้ทางท่อไอดีไส้กรองอากาศของรถยนต์  ที่นิยมใช้งานส่วนใหญ่มีอยู่  2  ชนิด  คือ แบบเปียก  และแบบแห้ง

   ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบเปียก

 ไส้กรองอากาศแบบเปียก  หรือ “ไส้กรองแบบน้ำมัน”  ใช้น้ำมันเป็นตัวจัดการกับฝุ่นผง  ซึ่งนิยมใช้กันอยู่  ในรถรุ่นเก่า นานปีลักษณะของไส้กรองแบบเปียกจะมีน้ำมันหล่อไว้ภายใน  อากาศจะไหลผ่านไปในหม้อกรอง  ลงสู่ด้านล่างที่มีน้ำมันขังอยู่  เศษฝุ่นผง  ที่หนักกว่าจะวิ่งไปสู่น้ำมันและถูกจับเอาไว้  พร้อมกันนั้นอากาศที่วนกลับขึ้นสู่ด้านบนก็จะพาเอาละอองน้ำมันเป็นฝอยเล็ก ๆ ติดไปด้วย ฝุ่นละอองในอากาศจะเกาะกับฝอยน้ำมันเหล่านั้น  เมื่อผ่านตะแกรงโลหะก็จะถูกกรองเอาไว้  ต่อจากนั้นอากาศจะวนกลับลงมาอีกครั้ง  เข้าสู่ใจกลางหม้อกรองแล้วเข้าสู่ห้องเผาไหม้

   ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบแห้ง

   ไส้กรองอากาศแบบแห้งส่วนใหญ่จะทำจากกระดาษกรองพับเป็นครีบ หรือบางทีก็ทำด้วยเส้นใยสังเคราะห์ รถรุ่นใหม่นิยมใช้ไส้กรองแบบนี้มาก(ใช้ในศูนย์รถยนต์ดังๆทั่วไปด้วยนะจ๊ะ) เพราะมีน้ำหนักเบาใช้เนื้อที่น้อย หรือสามารถออกแบบในลักษณะต่างๆ เก็บไว้ตามที่ว่างได้ง่าย และไม่ยุ่งยากในการทำความสะอาด หรือเปลี่ยนใหม่

   ถึงอย่างงั้นก็ตามระหว่างการใช้งานที่ยังไม่ถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรอง เราก็ควรถอดออกมาทำความสะอาด ทุกๆ 1000-4000 กม. โดยขึ้นอยู่กับการใช้งาน เช่น ถ้าขับรถยนต์อยู่ในเมืองเป็นประจำ หรือใช้งานในเส้นทางที่มีฝุ่นมาก ก็ควรทำความสะอาดบ่อยครั้งกว่าทั่วไป ถ้าเป็นไส้กรองแบบเปียกควรถอดออกมาล้างและเปลี่ยนน้ำมันให้เกิดการหล่อลื่น ส่วนพวกไส้กรองอากาศแบบแห้ง ชนิดที่ไส้กรองเป็นกระดาษธรรมดาสามารถนำมาเป่าไดความร้อนทำความสะอาดได้โดยเป่าจากภายในออกสู่ภายนอก ถ้าเป่าย้อนทางจากภายนอกเข้าสู่ด้านใน ซ้ำไปซ้ำมา ลมที่เป่าจะดันให้ละอองให้ฝังตัวลึกเข้าไปอีก ทำให้ไส้กรองอุดตันเร็วและมากกว่าเดิม

  ไส้กรองอากาศรถยนต์แบบแห้ง สามารถแบ่งตามลักษณะออกเป็น 2 ประเภทคือ แบบที่เป็นกระดาษกรอง หรือเส้นใยตามธรรมชาติ กับแบบที่มีน้ำยาเคมีเคลือบกระดาษกรองเอาไว้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดักจับสิ่งสกปรกให้ดีขึ้น ลักษณะคล้ายๆ กับพวกไส้กรองแบบเปียกนั่นเอง แต่ผู้ผลิตจะเคลือบน้ำยามาให้เรียบร้อย ไม่ต้องมาชโลมเองกันภายหลัง เมื่อขับรถไปเรื่อยๆก็จะทำให้เกิดการอุดตัน และมากเท่าที่ควร เครื่องยนต์มีอัตราเร่งลดต่ำลงพร้อมทั้งมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงขึ้น จึงต้องทำการเปลี่ยนแปลงไส้กรองหรือทำความสะอาดไส้กรอง โดยทั่วไปไส้กรองอากาศนี้จะมีอายุการใช้งานประมาณ 10,000 กม. หรือ ตามที่บริษัทรถกำหนดไว้

 
   สุดท้ายนี้หวังว่าทาง www.รถโตโยต้า.net ที่ได้นำความรู้มาสู่สมาชิคทุกท่านจะได้มีประโยชน์แล้วได้นำไปประยุคใช้ในชีวิตประจำวันได้นะครับ หากลูกค้าท่านใดสนใจ โปรโมชั่น รถโตโยต้า ดีๆก็โทรมาสอบถามได้นะครับที่เบอโทร 083 608 8896

 

 

วันนี้ทาง www.รถโตโยต้า.net มีสาระความรู้ดีๆมาบอกต่อ ความรู้เกี่ยวกับการตรวจเชคน้ำมันเครื่องแบบหล่อลื่นกันจ้า

 

การตรวจเชคน้ำมันเครื่องระบบหล่อลื่น

         ขั้นตอนที่1 ในการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ทุกคันนั้น ต้องการดูระดับน้ำมันเครื่อง ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากทีสุด เปรียบเสมือนกับน้ำที่คอยดูแลผืนป่า คือ ถ้าเครื่องยนต์ขาดน้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพ เครื่องยนต์ก็พังไวขึ้นเช่นเดียวกัน

       น้ำมันเครื่องทำหน้าที่ช่วยในการหล่อลื่นระบบต่างๆของเครื่องยนต์ ให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ ต้องตรวจสอบเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ เพราะเมื่อใช้ไปนานๆจะมีสิ่งสกปรกทำให้ประสิทธิภาพ ในการหล่อลื่นลดน้อยลงตามอายุการใช้งาน

          แล้วเราจะทราบเมื่อไหร่ควรจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
มีตาราง วิธีดูว่าควรจะเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเมื่อไหร่
1. ดูตามคู่มือรถที่ท่านใช้อยู่และปฏิบัติตามนั้น
2. โดยทั่วไปทางศูนย์บริการรถชั้นนำจะแนะนำให้เพื่อนๆ คอยเปลี่ยนทุกๆ5000กิโล (แล้วแต่ว่าจะถึงจุดไหนก่อน คือหาก เป็นรถที่ใช้งานไกล สมมติว่าวิ่งถึงระยะทาง 5000 กิโลเมตรภายใน 2 เดือนครึ่ง ก็ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้วไม่จำเป็นต้องรอให้ครบ 3 เดือนก็ได้นะครับ

 

       ข้อควรคำนึงของน้ำมันเครื่อง
  celebrity sex tapes ควรเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันหล่อลื่นด้วยทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันหล่อลื่นเพราะความสกปรกในไส้กรองบางทีนั้นจะเข้าไปทำให้น้ำมันที่ เติมใหม่มีสิ่งปลอมปน

   การตรวจสอบระดับน้ำมันหล่อลื่น
น้ำมันหล่อลื่นนั้นควรตรวจสอบอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง สำหรับการขับขี่แบบปกติ และ ควรตรวจสอบอยู่เสมอ หากเป็นรถที่ใช้งานหนัก หรือวิ่งทางไกลอยู่ เป็นประจำ

  วิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่อง

   ควรรถจอดอยู่ในแนวราบเสมอ อย่าจอดบนพื้นเอียงเพราะการตรวจสอบจะไม่ได้ผลการเติมน้ำมันหล่อลื่นเมื่อพบว่าน้ำมันหล่อลื่นอยู่ต่ำกว่าระดับมาตรฐาน ท่านต้องเติมให้เต็มเพื่อให้การหล่อลื่นเป็นไปอย่างสะดวก แล้วปฏิบัติตามนี้

ขั้นตอนในการเติมน้ำมันเครื่อง

  เปิดฝากระโปรงรถยนต์ดึงเข็มวัดระดับน้ำมันเครื่องออกมาดูซึ่งเข็มวัดจะอยู่ข้างๆเครื่องยนต์จะมีลักษณะเป็นเหล็กเส้นยาวประมาณ 2 free celeb sextapes ฟุต ตรงหัวจะมีที่จับ ส่วนตอนปลายจะมี ลักษณะแบนประมาณ 2 นิ้ว และจะมีตัวหนังสือเขียนกำกับเอาไว้

เมื่อดึงขึ้นมาจะมีน้ำมันติดปลายเข็มวัดน้ำมันครื่องที่มีตัวหนังสืออยู่ ให้ดูว่า น้ำมันเครื่องขึ้นสูงสุดที่ระดับไหน ถ้าระดับ MAX คือยังอยู่ในระดับสูงยไม่ต้องเติมน้ำมันเครื่องระดับ MID ให้เพื่อนๆเติมน้ำมันเครื่องเล็กน้อย ให้ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ระดับกึ่งกลางของ MAX และ MID ระดับ MIN ต้องเติมน้ำมันเครื่องให้อยู่ในระดับกึ่งกลางของ MAX และ MID

 

ข้อควรการเติมน้ำมันเครื่องนั้นต้องใช้น้ำมันเครื่องชนิดเดียวกับที่เติมมากับรถยนต์ในตอนแรกเท่านั้นนะครับ ซึ่งชนิดของน้ำมันเครื่องจะมีบอกไว้ในคู่มือรถที่ทาง ถ้าเป็นรถเก่าก็ต้องถามจากเจ้าของเดิมว่าใช้น้ำมันชนิดไหนและจดไว้ เพื่อที่จะซื้อได้ตรงตามชนิดนั้น

  การเติมน้ำมันเครื่องนั้นต้องใช้น้ำมันเครื่องให้เปิดฝาเครื่องยนต์ส่วนหนึ่งที่เป็นฝายาง ขึ้นมาแล้วเทน้ำมันเครื่องลงไป และที่สำคัญการเติมน้ำมันเครื่องแต่ละครั้ง ไม่ควรเกิน 1.5-2 ลิตรเป็นอย่างมาก

  การวัดน้ำมันเครื่อง หลังจากเติมน้ำมันเครื่องให้ใส่เข็มวัดน้ำมันเครื่องกลับไปในช่องเดิม จากที่เอาออกมา ก่อนใส่ใช้ผ้าหรื่อกระดาษทิชชูเช็ด ปลายที่มีตัวหนังสือให้หมดรอยน้ำมันแล้วนำค่อยใส่ลงไป ให้ใส่ลงไปจนสุดแล้วดึงขึ้นมาดูระดับของน้ำมันเครื่องตาม

 เมื่อได้เติมระดับน้ำมันเครื่องตามที่ต้องการแล้วจึงค่อย ใส่เข็มวัดน้ำมันเครื่องเข้าที่เดิม และปิดฝาเครื่องยนต์แล้วจึงปิดฝากระโปรงรถ

 

หวังว่าสุดท้ายนี้ทาง www.รถโตโยต้า.net ที่นำความรู้มาวันนี้จะพอเป็นความรู้ให้กับเพื่อนๆได้นะครับ

สอบถาม โปรโมชั่น รถโตโยต้า ราคารถโตโยต้า ได้ที่ เบอโทร 083 608 8896 เอิท

line id  earth_toyota

     ข้อมูลข้างต้นเรียบเรียงโดย www.รถโตโยต้า.net

วันนี้ทาง รถโตโยต้าดอทเน็ต มีความรู้ดีๆที่เกี่ยวกัวยางปัดน้ำฝน มาให้เพื่อนๆทุกคนได้รับทราบในวันนี้กันนะครับ โดยปกติแล้วตัวยางนี้จะได้รับเจอมรสุมธรรมชาติ ไม่ว่าจะฝนตก อากาศอันร้อนระอุ เคยสังเกตุไหมครับเพื่อนๆที่มีบางคนยกก้านปัดน้ำฝนขึ้น เวลาเขาจอดกลางแดด วันนี้จะมีสาระดีๆว่าสิ่งที่ทำนั้น เชื่อถือได้หรือ ไม่ลองมาดูกันเลยครับ

  1. ยกที่ปัดน้ำฝนได้ครับ แต่ถ้ายกบ่อยมากไปอาจมีการชำรุดเสียหาย

เพื่อนๆที่เคยเห็นคนอื่นเอายางปัดน้ำฝนขึ้นแล้วใช่ไหมครับ ก็เพื่อป้องกันคงามร้อน กันความเสื่อมของยางบ้งอะไรบ้าง แต่ถ้าหาก เพื่อนๆทำการยกไว้นานจนเกินไป หรือบ่อย จะทำให้ตัวสปริงของตัวยกเสื่อมเร็วขึ้น แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อหละครับ ตึ่ง ปัญหาหนักเลยคือ ตัวยางและตัวที่ทำหน้าที่กยางเข้าไปที่กะจกจะไม่แน่น ทำให้เวลาปัดน้ำฝนเวลาปัดฝนก็จะเป็นคราบน้ำวิสัยทัศไม่ชัดเจน งานจะเข้าเพื่อนๆ ได้นะครับ

  2. อากาศร้อนแบบบ้านเมืองเรานี่ตัวทำให้ยางเสื่อมเลยจ้า

พออากาศร้อนเปรี้ยงๆ ขนาดนี้เพื่อนๆก็จะคอยยกยางกระจกกันใช่ไหมครับ แต่ก็ทำได้นะครับ แต่อย่าทำจนบ่อยจนเกินไป เดี๋ยวปัญหาจากข้อ 1 จะตามมาในระยะ ยาวนะครับ ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรนำรถไปจอดในที่ร่มและยอมเดินออกกำลังกาย Porn Stars ไกลนิดนึงก็ดีไปอีกแบบเนอะ

  3. หากต้องเปลี่ยนก้านและยางแัดน้ำฝนก็ควรเปลี่ยนแบบ ดีที่สุดไปเลยนะจ๊ะ

เพื่อนๆบางคน ที่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนก้านปัดน้ำฝน และยางปัดน้ำฝน บางคนก็เปลี่ยนแต่ยางปัดน้ำฝนใช่ไหมครับ แต่ลืมคำนึงถึงอายุการใช้งานของตัวก้านไปทันที อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้ มีความสำคัญ และอายุการทำงาน ใกล้เคียงกันฉะนั้น เพื่อนๆทุกคนควรเปลี่ยนทั้ง ยาง และก้านปัดน้ำฝนไปเลยนะครับเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในวิสัยทัศน์การขับขี่ เพราะอายุไข ของยางและก้านที่ปัดน้ำฝนนั้น อยู่ได้แค่เพียง 1 ปีมากสุดเท่านั้นนะจ๊ะ

  4. การทำความสะอาด

แค่เพื่อนๆใช้แค่น้ำสะอาด ชุบผ้าสะอาดโดยไม่ต้องใช้น้ำยาใดๆทั้งสิ้นนะครับ โดยการลูบบริเวณยางที่มีเศษหิน เศษฝุ่นละอองที่ติดอยู่ตามขอบยาง มิเช่นนั้น พวกเศษฝุ่น หรือเศษหินพวกนี้เวลาเราปัดยางน้ำฝนก็อาจจะทำให้กระจกเราเสียหาย เป็นร้อยขีดข่วนบ้าง อะไรบ้างและจะได้ไม่ต้องมาทำให้เราต้องมาเสียค่ากระจกหน้ารถที่ตัวยางไปทำเสียหายอีก

  สุดท้ายแล้วทาง www.รถโตโยต้า.net หวังว่าข้อมูลข่าวสาร วันนี้จะทำให้เพื่อนๆทุกคน ทราบและตระหนัก ถึงความสำคัญของยางปัดน้ำฝนนะครับ

     ข้อมูลนี้เรียบเรียงโดย www.รถโตโยต้า.net

วันนี้ทางเว็ปไซ www.รถโตโยต้า.net มีความรู้สาระดีๆมาฝากเพื่อนๆชาวสมาชิคเกี่ยวกับกระจกมองรถยนต์ เพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย และเป็น

สิ่งที่ควรเชคก่อนออกรถก่อนนำรถออกไปทำธุรระ เช่น ลมยาง และ รอยรั่วของน้ำมันเครื่อง เราจึงนำเกร็ดความรู้ดีๆมาแนะนำให้ในวันนี้ครับ

ข้อควรที่ 1 ตรวจดูก่อนออกเดินทาง เพื่อนๆก่อนออกรถควรปรับกระจกรถให้อยู่ในองศาที่เหมาะสมกับสายตาเราทั้งด้านความกว้าง หรือ ความสูง ต่ำ จะช่วยให้เพื่อนๆลดอุบัติเหตุจากการเปลี่ยนเลนถนนและแซงรถคันอื่น เพื่อนๆไม่ควรปรับกระจกในขณะที่รถกำลังวิ่ง เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้

ข้อควรที่ 2 การปรับกระจกมองข้าง การปรับให้กระจกไม่ควรก้มเงย สูงต่ำมากเกินไป  ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นรถที่อยู่ด้านข้างและด้านหลังชัดเจนขึ้น แต่ต้องระวังไม่ปรับกระจกให้เห็นตัวถรถด้านข้างมากจนเกินไป เพราะจะทำให้กระจกเกิดจุดบอดและเห็นรถคันอื่นในระยะกระชั้นชิด ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ 

ข้อควรที่ 3 การปรับกระจกมองหลัง เพื่อนๆ ควรปรับกระจกให้เหนือศีรษะของผู้ขับขี่ และมองเห็นภาพมุมกว้างมากที่สุด ทั้งด้านซ้าย ด้านขวา และด้านหลัง โดยเพื่อนๆสามารถหาซื้อกระจกมองหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มมุมมองทั้งภายในและภายนอกรถได้ เพื่อความปลอดภัย

 ข้อควรที่ 4 ในช่วงหน้าฝน กระจกเป็นละอองฝ้าได้ง่ายในช่วงฝนตก ควรแก้ไขโดยปรับอุณหภูมิให้คงที่ nude celebrities และไม่ต่างจากอุณหภูมิภายนอกรถมากเกินไป ไม่ปรับช่องแอร์ให้พัดไปทางกระจก และลดระดับกระจกหน้าต่างลงเพื่อปรับอุณหภูมิด้านในและด้านนอกรถ หากเกิดฝ้าบริเวณกระจกหลังรถแล้ว ให้เพื่อนๆเปิดสวิตซ์ไล่ฝ้าลวดความร้อนไล่ฝ้าจะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น

ข้อควรที่ 5 เหตุฉุกเฉิน หากกระจกหน้ารถแตกทั้งบาน ให้เพื่อนๆปิดกระจกด้านข้างทุกบานเพื่อป้องกันลดปะทะในตัวรถ หากกระจกด้านข้างรถแตกให้ปรับลดกระจกลงจนสุด เพื่อไม่ให้เกิดการแตกเพิ่ม อาจทำให้กระจกแตกเพิ่มขึ้น 

ข้อควรที่ 6 ไม่ควรการตกแต่งรถยนต์โดยใช่เหตุ  เพื่อทัศนียภาพให้การมองเห็นเส้นทางเป็นไปอย่างชัดเจน เพื่อนๆไม่ควรนำตุ๊กตาหรือติดสติ๊กเกอร์บริเวณกระจกหน้ารถ ด้านข้างและด้านหลังรถ เพราะจะบดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ และอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

     สุดท้ายนี้หวังว่า ข้อมูลข่าวสารวันนี้ จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆสมาชิคทุกคนนะครับ

สุดท้ายนี้หากใคร สนใจ โปรโมชั่น รถโตโยต้า ราคารถโตโยต้า พิเศษ  ก็สามารถติดต่อเอิทได้ โดย เบอโทร 083 608 8896

 

    เรียบเรียงข้อมูล โดย www.รถโตโยต้า.net

วันนี้เรามีสาระดีๆเกี่ยวกับโช๊คอัพรถยนต์ มาฝากเพื่อนๆครับ โช๊คอัพนั้นเปรียบเสมือนกับ ตัวรองรับการกระแทกระหว่างขับขี่บนถนนขรุขระ และลดแรงสั่นสะเทือนของรถ หากเกิดปัญหากับโช๊ครถของเรา การขับเคลือนด้วยความเร็ว และการเข้าโค้งอาจจะทำได้ยากและ

อาจทำให้รถออกนอกเส้นทางผลิกคว่ำได้เลย นะครับ เพื่อนๆรู้อย่างนี้แล้ว ทาง เว็ป รถโตโยต้า.net เป็นห่วงเพื่อนๆเลยแนะนไเชคโช๊คมาบอกต่อจ้า

 

     1.การคืนตัวของโช๊คอัพ

ให้เพื่อนๆ ลองกดรถยนต์ขอเพื่อนๆดูและปล่อย ดูการดันขึ้นของรถ ถ้ามีการดันขึ้นของรถหลายที อาการบอกเลยว่า โช๊คอัพของพี่ๆสมาชิคเริ่ม มีอาการผิดปกติแล้ว เพราะโดยปกติจะทำการดันขึ้นแค่ครั้งเดียว

     2.รอยรั่วน้ำมันรถยนต์

ให้เพื่อนๆก้มไปดูซีลของโช๊คอัพว่ามีการรั่วซึมของน้ำมันไหม ถ้ามีจะเกิดขึ้นคืออาการรั่วซึมของโช๊ค

     3.โช๊คอัพไม่มีความร้อนมาปะปน

วิธีการเชคหลังจากเพื่อนๆดับเครื่องเสร็จให้ นำมือของเราลองจับที่โช๊คดูถ้ามีความร้อนปนอยู่ คือโช๊คทำงานเป็นปกตินะครับ แต่ถ้าเย็นก็จะโช๊คไม่ได้ทำงานเกิดการเสื่อมของโช๊คแล้วจ้า

     4.ความโครงเครงของรถยนต์

ถ้าเพื่อนๆออกรถด้วยความเร็วปกติ แล้วหน้ารถยนต์เพื่อนๆ เชิดขึ้นนั่นก็เป็นอีกสาเหตุบอกว่าโช๊คอัพของลูกค้ามีปัญหาเช่นกันครับ  และถ้าหยุดรถปกติแล้วหน้าทิ่มก็เป็นอีกสาเหตุเช่นกันนะครับเพื่อนๆ ของ เทศดูได้ด้วยตัวเองเลยครับข้อนี้

     5.มีอาการรถร่อนของตัวรถยนต์

เมื่อเพื่อนๆขับรถด้วยความเร็วสูง รถยนต์จะถูกต้านทานด้วยรถแรงหากโช๊คอัพมีปัญหา propecia online กระบอกสูบบางตัวจะทำงานไม่สัมพันกับกระบอกอื่นๆ

 

ทุกหัวข้อวันนี้ คือเนื้อหาสาระที่ ทาง รถโตโยต้า.net ได้นำมาเสนอให้กับสมาชิคทุกท่าน celeb news หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบนำเข้าศูนย์เชค ทุกโชรูมรถ

และสุดท้ายนี้ เราจะคอย อัพเดท โปรโมชั่น รถยนต์  และราคารถโตโยต้า ทุกรุ่น เช่น  วีออส ยาริส  ลองติดตามข่าวสารเรื่อยๆนะครับ

 

 

 

โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย

รถโตโยต้า วีออส ยาริส

ดีเยี่ยมในการบริการทางด้านการขายรถโตโยต้า และบริการหลังการขายกับลูกค้าทุกท่าน ไม่ว่าจะนัดเวลาเชคระยะกับฝ่ายบริการ ให้ความรู้เกี่ยวกับตัวรถโตโยต้า ในด้านการซื้อขาย เราแจกของแถมจัดเต็มให้ทุกรายการ แคมเปญแรง ดาวน์ต่ำสูงสุด 10% ผ่อนนานสุด84งวด ไฟแนนซ์รู้ผลไว มีรถเลยในบางรุ่นจัดไฟแนนผ่านรอรับรถได้เลย บริการหลังการขายดีเยี่ยม ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ยินดี ให้เรารับใช้นะครับ

เอิร์ท โตโยต้า 

เข้าสู่ระบบ

รถยนต์ อเนกประสงค์

ลูกค้าของเรา

Facebook

นับจำนวนผู้เข้าชม

001266105
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
48
263
1125
994382
5304
12891
1266105

Your IP: 54.221.136.62
Server Time: 2017-12-13 00:47:03